ที่นี่เพชรบูรณ์ (Here is Phetchabun)
เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง
10
ก.พ.

นครบาลเพชรบูรณ์

ประมาณปี พ.ศ 2486 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มีการเตรียมการย้ายเมืองหลวงของประเทศไทย มาอยู่ที่เมืองเพชรบูรณ์ จึงได้ยกฐานะการบริหารส่วนภูมิภาคเมืองเพชรบูรณ์ เป็น นครบาลเพชรบูรณ์ ให้มีการปกครองแบบเดียวกับกรุงเทพฯ มีการสร้างเสาหลักเมือง นครบาลเพชรบูรณ์ ขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ 2487

ทั้งนี้ เนื่องจาก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ เสียหายจากถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก  จอมพล ป. พิบูลสงคราม เล็งเห็นว่า การย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ นครบาลเพชรบูรณ์ จะทำให้ มีความปลอดภัยจากข้าศึก มากกว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ใกล้ทะเล ทำให้เรือรบข้าศึก หรือเรือบรรทุกเครื่องบิน เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งทำเลที่ตั้งของ นครบาลเพชรบูรณ์ อยู่ตรงสะดือ หรือใจกลางประเทศ สามารถติดต่อ ภาคเหนือ กลาง อิสาน ได้โดยสะดวก

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ มากมายเพื่อให้ นครบาลเพชรบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ตััวอย่างเช่น

- เกณฑ์ แรงงานมากมายนับแสนคน เข้ามาสร้าง ถนนสายตะพานหิน – นครบาลเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งวางแผน สร้างถนน จาก ลำนารายณ์ หรือ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มาบรรจบกับถนนสายดังกล่าว ที่ ต.วังชมพู อ.เมืองเพชรบูรณ์ วางแผนสร้างทางรถไฟ สาย สระบุรี – ลำนารายณ์ – นครบาลเพชรบูรณ์ รวมทั้งอพยพราษฎร มาอยู่ในเมือง และรอบๆ นครบาลเพชรบูรณ์ เพื่อทำการเกษตรกรรม ผลิตอาหาร ให้ ทหาร และประชากรที่เตรียมย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่ นครบาลเพชรบูรณ์ ทำให้มีคนเจ็บป่วย เป็นไข้มาเลเรีย หรือไข้ป่า ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

- ย้ายโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า โรงเรียนนายร้อยทหารบก มาอยู่ที่ ต.ป่าแดง อ.เมือง นครบาลเพชรบูรณ์ เรียกว่า โรงเรียนนายร้อยป่าแดง

- ย้ายส่วนราชการต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง มาอยู่ที่ถ้ำสมบัติ ต.บุ่งน้ำเต้า อ.หล่มสัก และ ย้ายหน่วยงานราชการต่างๆ อีกหลายหน่วยมายัง นครบาลเพชรบูรณ์

- นครบาลเพชรบูรณ์ ถูกติดตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าไว้หลายแห่ง มีการปรับปรุงระบบโทรศัพท์ โทรเลข รวมทั้งย้ายโรงพิมพ์ และ โรงพิมพ์ธนบัตร จากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่ นครบาลเพชรบูรณ์ มีการสร้างถนน โรงเรียน โรงหนัง โรงเลื่อย รวมทั้งสร้างโรงพยาบาล

ช่วงสร้างนครบาลเพชรบูรณ์ มีทหาร ทั้งทหารไทย และ ทหารญี่ปุ่นเข้ามาที่ นครบาลเพชรบูรณ์ จำนวนมาก นั่นเป็นการแสดงว่า จอมพล ป. ไม่ได้สร้างนครบาลเพชรบูรณ์ เอาไว้เพื่อเป็นฐานลับ ในการต่อสู้กับ ญี่ปุ่น จะเห็นได้จากคำบอกเล่าของคนเพชรบูรณ์ เกี่ยวกับรูปร่าง หน้าตา วิถีชีวิต ตลอดจนความร่ำรวยของทหารญี่ปุ่น รวมทั้งการทำมาค้าขาย ระหว่างชาว นครบาลเพชรบูรณ์ กับ ทหารญี่ปุ่น พ่อค้าบางราย ค้าขายจนร่ำรวย ตั้งตัวได้จากการค้าขายกับ ทหารญี่ปุ่นในยุคนครบาลเพชรบูรณ์

หลังจากเตรียมการโดยเร่งด่วนอยู่ไม่นาน  ปลายปี พ.ศ 2487 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เสนอเรื่องย้ายเมืองหลวงมาที่ นครบาลเพชรบูรณ์ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อ ออกเป็นพระราชบัญญัติ แต่เสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ นครบาลเพชรบูรณ์ จึงได้แค่เพียง เกือบเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยเท่านั้น

หลังจากหมดยุค นครบาลเพชรบูรณ์ไปแล้ว หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราว ปี พ.ศ 2492 จอมพล ป. กลับมามีอำนาจอีกครั้ง จอมพล ป. ก็ไม่ได้ทิ้งอดีตนครบาลเพชรบูรณ์ไปไหน ยังคงมาตรวจราชการ และมีนโยบายที่มีบทบาท สำคัญต่ออดีตนครบาลเพชรบูรณ์อย่างต่อเนื่อง เช่น นโยบายชาตินิยม ต่อต้านจีน และต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์ ไปพร้อมๆกัน ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์ ได้ปกครองประเทศจีน การดำเนินนโยบายดังกล่าว ของ จอมพล ป. จึงมีผลกระทบต่อคนจีน ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นอย่างมาก มีการเนรเทศคนจีน จากกรุงเทพฯ รวมทั้งจากจังหวัดอื่นๆ มาอยู่ที่อดีต นครบาลเพชรบูรณ์ ปัจจุบัน ยังมีลูกหลานของคนจีน ที่ถูกเนรเทศ หรือ “คนเน” เหล่านี้ อาศัยอยู่ใน อดีตนครบาลเพชรบูรณ์ มากพอสมควร

2 Responses to “นครบาลเพชรบูรณ์”

  1. Karon Hegre Says:

    can i see more of this please

  2. admin Says:

    จะอัพเดท เพิ่มให้เรื่อยๆนะครับ โปรดคอยติดตาม

Leave a Reply